วิธีทำงบประมาณรายวันสำหรับนักศึกษา ให้เงินพอใช้ตลอดเทอม - Cash Book
คำตอบแบบรวดเร็ว
งบประมาณรายวันสำหรับนักศึกษาเริ่มต้นจากเงินก้อน ไม่ใช่เงินเดือน ให้คุณนำเงินทั้งหมดที่มีสำหรับเทอมนี้มาหักค่าเช่า ค่าใช้จ่ายคงที่ และเงินสำรองออกก่อน จากนั้นหารด้วยจำนวนวันจนกว่าเงินงวดถัดไปจะเข้า ผลลัพธ์คือจำนวนเงินที่คุณใช้ได้ต่อวันสำหรับค่าอาหารและค่าใช้จ่ายจิปาถะ เนื่องจากเทอมหนึ่งยาวนานและเงินเข้าเพียงครั้งเดียว ตัวเลขนี้จึงสำคัญที่สุดในช่วง 3 สัปดาห์แรกที่เงินก้อนมักจะดูเยอะเกินจริง
เงินของนักศึกษามีลักษณะเฉพาะที่คู่มือการเงินทั่วไปมักมองข้าม เงินจะเข้ามาเป็นก้อนใหญ่ครั้งเดียวต่อเทอม และต้องใช้ให้พอจนถึงวันที่เงินงวดถัดไปจะเข้า ซึ่งอาจห่างออกไปหลายเดือนและมักจะเลยช่วงวันหยุดไปแล้ว งบประมาณรายเดือนจึงใช้ไม่ได้ผลเพราะไม่มีรายได้เข้ามาทุกเดือน แต่งบประมาณรายวันนั้นเหมาะสมกว่า เพราะปัญหาคือการบริหารเงินก้อนให้พอดีกับจำนวนวันที่แน่นอน คู่มือนี้จะช่วยคุณตั้งงบประมาณสำหรับหนึ่งเทอม พร้อมตัวอย่างการคำนวณ และวิธีแก้ปัญหาที่นักศึกษามักเจอ คือช่วง 3 สัปดาห์แรกที่ยอดเงินในบัญชียังสูงจนละเลยการคุมงบรายวัน คุณสามารถใช้ เครื่องคำนวณงบประมาณรายวัน เพื่อคำนวณตัวเลขได้ โดยตั้งค่าจำนวนวันให้ถึงวันที่เงินงวดถัดไปจะเข้าแทนที่จะเป็นสิ้นเดือน
วางแผนงบประมาณทั้งเทอม
เริ่มต้นจากเงินที่จะต้องใช้ตลอดทั้งเทอม ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ยืม เงินจากครอบครัว เงินออมที่ตั้งใจจะใช้ และรายได้จากงานพาร์ทไทม์ (คิดแบบระมัดระวัง คือใช้จำนวนชั่วโมงที่แน่นอน ไม่ใช่สัปดาห์ที่ได้เงินเยอะที่สุด) จากนั้นนับจำนวนวันจนกว่าเงินงวดถัดไปจะเข้าจริง ไม่ใช่นับถึงวันปิดเทอม แต่เป็นวันที่เงินงวดถัดไปจะโอนเข้าบัญชี หากเงินก้อนนี้เข้าปลายเดือนกันยายนและเงินงวดถัดไปเข้าปลายเดือนมกราคม ตัวหารของคุณคือประมาณ 120 วัน รวมช่วงวันหยุดด้วย
หลักการคำนวณเหมือนกับคนทั่วไป แต่ต้องเน้นย้ำเรื่องค่าใช้จ่ายคงที่ ให้หักค่าใช้จ่ายคงที่ของทั้งเทอมออกก่อนเพราะเป็นยอดที่แน่นอนและมีจำนวนมาก และต้องกันเงินสำรองไว้ก่อนที่จะคำนวณงบรายวัน เพราะเงินก้อนนี้ไม่มีงวดถัดไปมาช่วยแก้ไขหากคำนวณผิดพลาด
ขั้นตอนที่ 1: หักค่าใช้จ่ายคงที่ของเทอมออก
จดรายการค่าใช้จ่ายที่แน่นอนตลอดเทอมและจ่ายออกไป หรือแยกเงินส่วนนี้ไว้ก่อนจะนำไปหาร ค่าที่พักเป็นรายการใหญ่ที่สุด ซึ่งอาจจ่ายเป็นงวดๆ ให้ตรงกับเงินกู้ จากนั้นเป็นค่าสาธารณูปโภค (ถ้าไม่รวมในค่าเช่า) ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น ค่าเดินทาง และค่าสมาชิกต่างๆ หากเป็นค่าใช้จ่ายรายปีให้หารเฉลี่ยตามจำนวนเดือนของเทอม
เป้าหมายคือการลดเงินในมือให้เหลือเพียงส่วนที่ใช้จ่ายได้จริง เพราะตัวเลขที่เห็นในบัญชีไม่ใช่จำนวนเงินที่คุณใช้ได้ทั้งหมด และช่องว่างระหว่างสองตัวเลขนี้คือจุดที่ทำให้การเงินพัง
ขั้นตอนที่ 2: กันเงินสำรองไว้
ก่อนจะหาร ให้กันเงินสำรองไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ของงบรายวัน เพราะเงินนักศึกษาไม่มีงวดถัดไปมาช่วยซับพอร์ตหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เงินสำรองนี้คือกลไกแก้ไขปัญหา หากเทอมนั้นเป็นไปตามแผน เงินส่วนนี้จะถูกใช้ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย แต่ถ้าที่ชาร์จแล็ปท็อปพังในสัปดาห์ที่ 6 เงินสำรองนี้จะช่วยให้คุณจ่ายได้โดยไม่กระทบงบทั้งเดือน
คำแนะนำจาก MoneyHelper (UK) และ Federal Student Aid (US) ต่างแนะนำให้ทำงบประมาณจากรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนเริ่มใช้เงิน เงินสำรองคือวิธีปฏิบัติจริงสำหรับเงินก้อนที่ไม่สามารถเติมเพิ่มได้
ขั้นตอนที่ 3: หารเงินที่เหลือด้วยจำนวนวัน
เงินที่ใช้ได้จริงหารด้วยจำนวนวันจนถึงเงินงวดถัดไป คือตัวเลขงบรายวันของคุณ ซึ่งครอบคลุมค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าซักรีด ของใช้ส่วนตัว ค่าพิมพ์งาน และค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ซื้อในแต่ละวัน ตัวเลขนี้มักจะน้อยกว่าที่นักศึกษาคาดไว้ ซึ่งนั่นแหละคือส่วนที่มีประโยชน์
ควรดูตัวเลขสองค่าควบคู่กัน ตัวเลขรายวันสำหรับสิ่งที่ซื้อในแต่ละวัน ส่วนตัวเลขรายสัปดาห์ (ที่เครื่องคำนวณแสดงให้ด้วย) สำหรับการซื้อของเข้าบ้าน หากตัวเลขรายวันน้อยมาก (ต่ำกว่า $12) ให้ใช้ตัวเลขรายสัปดาห์เป็นหลัก และใช้ตัวเลขรายวันเป็นแนวทางในการตัดสินใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ค่ากาแฟ
ขั้นตอนที่ 4: คุมงบให้เข้มงวดที่สุดใน 3 สัปดาห์แรก
นี่คือปัญหาเฉพาะของนักศึกษา เมื่อเงินกู้เข้า ยอดเงินในบัญชีจะสูงที่สุดในเทอม ทำให้รู้สึกว่ามีเงินเยอะ ทั้งค่าจัดเตรียมอุปกรณ์ เพื่อนใหม่ การสำรวจเมือง และความรู้สึกที่ว่าค่อยประหยัดทีหลังก็ได้ พอจบสัปดาห์ที่ 3 เงินที่ใช้ได้จริงจะหายไปส่วนหนึ่ง และงบรายวันสำหรับ 14 สัปดาห์ที่เหลือก็จะลดลงไปถึงหนึ่งในสาม
งบรายวันคือยาแก้ปัญหานี้ แต่ต้องใช้ตั้งแต่วันแรก ยอดเงินที่แสดงเป็นตัวเลขรายวันจะไม่ทำให้รู้สึกว่ามีเงินเยอะ เช่น $2,000 สำหรับ 120 วัน คือ $16.67 ต่อวัน ซึ่งจะทำให้คุณเห็นว่าการออกไปสังสรรค์คืนละ $40 เท่ากับการใช้เงินไปถึง 2 วันครึ่ง ความชัดเจนนี้ในสัปดาห์แรกมีค่ามากกว่าการประหยัดในสัปดาห์ที่ 12 เพราะถึงตอนนั้นเงินก็หมดไปแล้ว
ขั้นตอนที่ 5: บันทึกรายจ่ายทันที
วิธีนี้จะไม่ได้ผลถ้าคุณไม่รู้ว่าวันนี้ใช้ไปเท่าไหร่ รายจ่ายที่ทำให้เงินนักศึกษาหมดไปคือรายการเล็กๆ ที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น กาแฟ อาหารมื้อด่วน ค่ารถ ค่าสังสรรค์ หากบันทึกตอนสิ้นสัปดาห์ ยอดรวมจะทำให้คุณรู้สึกเสียดาย แต่ถ้าบันทึกทันทีที่จ่าย ตัวเลขนั้นจะเปลี่ยนการตัดสินใจครั้งถัดไปของคุณ
นี่เป็นปัญหาเรื่องความเร็วมากกว่าวินัย และเป็นสิ่งที่ Cash Book ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้ ระบบบันทึกด้วยเสียง ช่วยให้คุณพูดว่า "ค่าอาหาร 3.40 และค่ารถ 2.20" ในประโยคเดียวเพื่อบันทึกสองรายการพร้อมวันที่วันนี้ได้ทันที หรือใช้กล้องสแกนใบเสร็จ สำหรับเงินสดที่นักศึกษาใช้บ่อย ให้บันทึกทันทีที่กดเงินออกมาเพื่อให้ยอดเงินในบัญชีตรงกับความเป็นจริง ดู วิธีติดตามการใช้จ่ายเงินสด เพื่อสร้างนิสัยนี้ ตั้งงบเงินที่ใช้ได้ของเทอมเป็นงบรายเดือนใน Budgets โดยหารด้วยจำนวนเดือนในเทอม ยอดเงินที่เหลือใต้ตัวเลข Home คือเงินที่คุณใช้ได้จริงในขณะนั้น
ตัวอย่างการคำนวณ
เงินงวด $4,800 เข้าวันที่ 20 กันยายน งวดถัดไปเข้าวันที่ 15 มกราคม รวม 117 วัน รายได้จากงานพาร์ทไทม์ $60 ต่อสัปดาห์
ค่าใช้จ่ายคงที่: ค่าที่พัก $2,400, ค่าโทรศัพท์ $45, ค่าอินเทอร์เน็ต $60, ค่าอุปกรณ์การเรียน $120, ค่าเดินทาง $150, ค่าสมาชิก $36 รวม $2,811
เงินที่ใช้ได้ก่อนหักสำรอง: $4,800 - $2,811 = $1,989 กันเงินสำรองไว้ $200 เหลือเงินสำหรับงบรายวัน $1,789 หาร 117 วัน ได้วันละ $15.29 หรือสัปดาห์ละ $107 รายได้จากงานพาร์ทไทม์ช่วยเพิ่มงบรายวันเป็นประมาณ $23.86 ในสัปดาห์ที่ได้รับเงิน
สัปดาห์แรก งบรายวันอยู่ที่ $18 (รวมค่าจัดเตรียมอุปกรณ์และสังสรรค์) วันถัดไปงบจะลดลงเหลือ $15.10 สัปดาห์ที่ 2 และ 3 งบอยู่ที่ $14 ต่อวัน สัปดาห์ที่ 6 ที่ชาร์จพัง: ใช้เงินสำรอง $35 งบรายวันยังคงเท่าเดิม พอถึงช่วงวันหยุด การใช้จ่ายลดลงเพราะมหาวิทยาลัยเงียบเหงา งบรายวันเพิ่มเป็น $17 เทอมจบลงวันที่ 14 มกราคม โดยเหลือเงิน $90 ซึ่งก็คือเงินสำรองที่ทำหน้าที่ของมัน
หากไม่มีงบรายวัน นักศึกษามักใช้เงินวันละ $25 ใน 3 สัปดาห์แรก ($525) และจะเหลือเงินเพียง $1,264 สำหรับ 96 วันที่เหลือ ซึ่งเท่ากับวันละ $13.17 ตลอดช่วงวันหยุด นี่คือความแตกต่างที่เกิดขึ้นจากการคุมงบใน 3 สัปดาห์แรก
จุดที่มักจะพลาด
นับจำนวนวันถึงแค่ปิดเทอม: เงินหมดก่อนถึงวันเงินงวดถัดไปในช่วงวันหยุด ให้เปลี่ยนไปนับถึงวันที่เงินงวดถัดไปเข้าจริง
ไม่หักค่าใช้จ่ายคงที่ออกก่อน: ค่าที่พักเป็นยอดใหญ่ที่ทำให้งบดูดีจนกระทั่งถึงวันจ่าย ให้หักออกก่อนตั้งแต่ต้นเทอม
ไม่มีเงินสำรอง: หากเกิดเหตุฉุกเฉิน งบรายวันจะลดลงไปตลอดทั้งเทอม แต่ถ้ามีเงินสำรอง คุณจะเสียแค่เงินส่วนนั้นและงบรายวันยังคงเดิม
ละเลยตัวเลขใน 3 สัปดาห์แรก: นี่คือจุดที่พลาดกันมากที่สุดและเสียหายที่สุด วิธีแก้ไม่ใช่การมีวินัยมากขึ้นในภายหลัง แต่คือการดูตัวเลขรายวันตั้งแต่วันแรกที่เงินเข้า
หากงบรายวันต่ำเกินกว่าจะซื้ออาหารกินได้ นั่นไม่ใช่ความล้มเหลวในการทำงบประมาณ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีที่ปรึกษาด้านการเงินและกองทุนช่วยเหลือ ให้ปรึกษาเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ไม่ใช่รอจนถึงสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนเงินงวดถัดไปจะเข้า
สรุป
งบประมาณรายวันสำหรับนักศึกษาคือการนำเงินทั้งเทอมมาหักค่าใช้จ่ายคงที่และเงินสำรองออก แล้วหารด้วยจำนวนวันจนถึงเงินงวดถัดไป (รวมวันหยุด) วิธีนี้ครอบคลุมทุกอย่างที่ซื้อในแต่ละวันและมีค่าที่สุดในช่วง 3 สัปดาห์แรก บันทึกรายจ่ายทันทีเพื่อให้ตัวเลขเป็นจริง ดูตัวเลขรายสัปดาห์สำหรับการซื้อของเข้าบ้าน และดูตัวเลขรายวันสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้เงินสำรองเป็นตัวรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน เครื่องคำนวณ จะช่วยเปลี่ยนตัวเลขให้คุณ และดู วิธีตั้งงบประมาณรายวัน สำหรับวิธีการทั่วไปที่ใช้ได้กับทุกคน
ดาวน์โหลด Cash Book บน App Storeฟรี 7 วัน จ่ายเพียง $19.99 ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ
คำถามที่พบบ่อย
นักศึกษาควรใช้เงินวันละเท่าไหร่?
ไม่มีตัวเลขมาตรฐานเพราะค่าเช่าและเงินที่ได้รับแต่ละคนไม่เท่ากัน วิธีที่ถูกต้องคือ เงินรวมของเทอม ลบค่าใช้จ่ายคงที่ ลบเงินสำรอง แล้วหารด้วยจำนวนวันจนกว่าเงินงวดถัดไปจะเข้า สำหรับนักศึกษาหลายคน งบรายวันสำหรับค่าอาหารและของใช้จะอยู่ที่ประมาณ $10 ถึง $25 การรู้ตัวเลขของตัวเองสำคัญกว่าการรู้ค่าเฉลี่ย
ทำไมเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาถึงหมดเร็ว?
เพราะเงินเข้ามาเป็นก้อนใหญ่ทำให้รู้สึกว่ามีเงินเยอะ ในช่วง 3 สัปดาห์แรกที่ยอดเงินในบัญชียังสูง เรามักจะใช้จ่ายไปกับค่าจัดเตรียมอุปกรณ์ การเข้าสังคม และความรู้สึกที่ว่ายังมีเงินเหลือเฟือ การกำหนดงบรายวันตั้งแต่วันแรกจะช่วยลบภาพลวงตานี้ เพราะคุณจะเห็นว่าเงินที่มีอยู่ซื้ออะไรได้บ้างต่อวัน ไม่ใช่เห็นเป็นก้อนใหญ่
ควรทำงบประมาณรายวันหรือรายสัปดาห์ดี?
ควรทำทั้งสองอย่างสำหรับค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน ใช้ตัวเลขรายสัปดาห์สำหรับค่าอาหารและค่าเดินทางประจำ ส่วนตัวเลขรายวันใช้สำหรับค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ซื้อในแต่ละวัน หากตัวเลขรายวันน้อยกว่า $12 ให้ใช้ตัวเลขรายสัปดาห์เป็นหลักและใช้รายวันเป็นแนวทาง นักศึกษาส่วนใหญ่พบว่าตัวเลขรายวันช่วยหยุดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ส่วนตัวเลขรายสัปดาห์ช่วยวางแผนการซื้อของเข้าบ้าน
รายได้จากงานพาร์ทไทม์ควรจัดการอย่างไร?
ให้นำมารวมด้วยแต่ต้องคิดแบบระมัดระวัง ใช้จำนวนชั่วโมงที่แน่นอน ไม่ใช่สัปดาห์ที่ได้เงินเยอะที่สุด และให้นับเงินเมื่อได้รับจริงเท่านั้น งานที่จ่ายเงินเป็นรายสัปดาห์จะช่วยให้วิธีนี้ง่ายขึ้น เพราะคุณสามารถปรับงบรายวันได้ทุกสัปดาห์แทนที่จะเป็นรายเทอม
จะจัดการอย่างไรในช่วงรอยต่อระหว่างเงินเทอมนี้กับเงินงวดถัดไป?
ต้องวางแผนตั้งแต่ต้น ให้นับจำนวนวันจนถึงวันที่เงินงวดถัดไปเข้าจริง ไม่ใช่นับแค่ถึงวันปิดเทอม หากเงินงวดถัดไปเข้าปลายเดือนมกราคมและเงินก้อนนี้เข้าตั้งแต่เดือนกันยายน ตัวหารต้องครอบคลุมถึงช่วงวันหยุดด้วย เงินสำรองที่กันไว้ตั้งแต่ต้นคือส่วนที่จะช่วยครอบคลุมสัปดาห์ที่การคำนวณอาจจะคลาดเคลื่อน
จะขอความช่วยเหลือได้ที่ไหนหากเงินไม่พอใช้?
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะมีที่ปรึกษาด้านการเงินหรือกองทุนช่วยเหลือฉุกเฉิน และในหลายประเทศมีคำแนะนำจากภาครัฐ เช่น MoneyHelper ในสหราชอาณาจักร หรือ studentaid.gov ในสหรัฐอเมริกา หากงบรายวันต่ำเกินกว่าจะซื้ออาหารกินได้ ควรปรึกษาเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นเทอม ไม่ใช่รอจนถึงเดือนสุดท้าย
อ้างอิงจาก
ดาวน์โหลด Cash Book บน App Storeฟรี 7 วัน จ่ายเพียง $19.99 ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ